Google+ Team building THAi Professional Teamwork The best Team Leadership Coaching for Corporate Events in Thailand Ԩ Team building
Team building Activities arrow Ice Breaking(ละลายพฤติกรรม)
  The Best Team building activities to make sure that your group have a good time and can develop their group dynamics.
E-mail : teambuildingthai@gmail.com >> Tel. 084-112-3030


Advertisement
Team building Lexus Teamwork TEAM EFFICIENCY for Enterprise Collaboration and Team relationship Print อีเมล์
Team building, Marketing team building, อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสาร BrandAge Thaicoon, ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด อาจารย์สอนวิชา Brand Management
Team building Lexus ภูเขางามรีสอร์ท นครนายก
พูนสวัสดิ์ สราญฤทธิไกร ผู้บริหารและ วิทยากร Team building THAi www.teambuildingthai.com 084-112-3030 teambuildingthai@gmail.com
วงจรบริหารเดมมิ่ง ซึ่งประกอบด้วยการวางแผน (P : Plan) การลงมือทำ (D : Do) การตรวจสอบผล
(C : Check) และการแก้ไขปรับปรุง (A : Action) หรือวงจร PDCA
 
 
หากมีคนมาถามว่า วงจรบริหารเดมมิ่งใช้ได้แต่เฉพาะหัวหน้าใช่หรือไม่ คนงานทำเฉพาะลงมือทำ หรือ D ตัวเดียวใช่หรือไม่ คำตอบคือ วงจรบริหารเดมมิ่งใช้ได้กับคนทุกคนทุกวัย ตั้งแต่เกิดจนตัวตาย และสามารถใช้ในชีวิตได้ทุกขณะจิตไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่บ้าน การออกไปเที่ยว และการทำงานที่บริษัท นอกจากนี้จะบอกว่าสัตว์ เช่น ลิง หนู และแม้แต่แมลง เช่น มด ก็ใช้วงจรบริหารเดมมิ่งได้เป็นอย่างดี
 
 
สาเหตุที่หยิบยกปัญหาเรื่องนี้มาสนทนาบอกกล่าวเนื่องจากหลายบริษัทมีแนวคิดว่า จะใช้ตัววัดว่า “พนักงานแต่ละคนนั้นบริหารอย่างเป็นระบบมากน้อยแค่ไหน” ซึ่งเป็นตัววัดสมรรถนะของพนักงานได้เป็นอย่างดี ตามหลักการบริหารแบบคุณภาพโดยรวม (TQM) ก็จะนำตัวชี้วัดนี้เอามาขึ้นเงินเดือนให้ ก็เลยเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับพนักงานทุกระดับ
 
 
เราลองมาทำความเข้าใจกับคำว่า PDCA ให้ลึกซึ้งกันหน่อย เดี๋ยวจะตีความผิด ๆ

การวางแผน (Plan) คือ ต้องรู้ว่าเราต้องการอะไร หรือวัตถุประสงค์อยากได้อะไร เรียกว่ามีเป้าหมายสิ่งที่อยากได้รับ เมื่อรู้แล้วก็ต้องรู้ว่าจะต้องไปทำอะไร ทำที่ไหน ทำอย่างไร และทำเมื่อไร เหมือน 5W1H นั่นแหละ แล้วสิ่งที่เราจะทำนั้นจะต้องมีความรู้ในสิ่งที่จะทำพร้อมทั้งสภาพแวดล้อม เงื่อนไขต่าง ๆ จึงจะสามารถวางแผนได้ อย่าลืม ! อย่าไปติดคำว่าวางแผนแล้ว ต้องมีกระดาษแสดงแผน เช่น Action Plan, Bar Chart นั่นเป็นการทำงานแบบสมัยใหม่ ๆ เขา ในชีวิตประจำวันงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่ถามว่าคุณจะทำอะไร จะไปไหน ตอบได้ชัดเจน อธิบายได้เข้าใจ ก็ถือว่ามีแผนแล้ว สมัยโบราณจะรบทัพจับศึกเขาก็วางแผนกันทั้งนั้น ไม่เห็นเขามี Bar Chart เลย
 
 
การลงมือทำ (Do) คือ ต้องรู้ความเชื่อมโยงระหว่างแผนหรือสิ่งที่อยากจะได้รับ กับเป้าหมายที่จะไปถึง ขณะที่ทำหากแผนไม่ดีก็ไปปรับแผนระหว่างทำ เพื่อรักษาเป้าหมายด้วย มิใช่เจอหน้าผาที่นึกไม่ถึงในขั้นวางแผนก็เดินหน้าอย่างนี้ตายหมด เป้าหมายก็ไปไม่ถึง
 
 
การตรวจผลลัพธ์ (Check) คือ เพื่อให้การกระทำและผลการกระทำ สอดคล้องกับเป้าหมายที่ต้องการเหมือนสติที่คอยเตือนว่ากำลังจะตกถนน ตอนนี้อยู่ในเส้นทาง ทิศทางยังคงไปตามที่เป้าหมายกำหนดไว้ ไม่ใช่ไปเชียงใหม่ แต่หันหัวเรือไปทางใต้ การตรวจผลลัพธ์ก็คล้าย ๆ กับหน้าที่กัปตันเรือ คนขับรถม้า พนักงานตรวจรับวัสดุ หน่วยงานคิวซี เป็นต้น
 
 
การแก้ไขปรับปรุง (Action) คือ เมื่อผลการตรวจผลลัพธ์ หากไม่ดีก็แก้ไขซะ หากต้องการให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ปรับปรุงพัฒนาไป หากดีก็จัดทำหลักการไว้เพื่อนำไปใช้ในการวางแผน หรือตอนลงมือทำหรือตอนตรวจผลลัพธ์ เพื่อเป็นบทเรียนหรือครูไว้ ซึ่งอย่าไปติดรูปแบบ ว่าบทเรียนต้องเป็นรูปร่างแบบนู้นแบบนี้ สมัยโบราณใช้วิธีการท่องจำเลยก็มี เช่น หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา แต่ต้องมีการลงอุโบสถท่องทบทวนกันทุก ๆ 15 วัน
 
 
ตอนนี้เราเริ่มรู้ว่า PDCA มันคืออะไรแล้ว ก็เลยอยากจะเล่าสิ่งที่ใกล้ตัวขึ้นมาอีกว่า วงจรเดมมิ่งใช้ได้กับทุกคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เกิดจนตายได้อย่างไร

ถ้าวันหนึ่งถามว่าฉันไปถามพนักงานโรงปูนคนหนึ่งถามว่าไปไหน เขาบอกว่าจะไปทำงาน ถามว่ามีแผนอย่างไร เขาก็ตอบว่า โรงงานเข้า 08.00 น. ก็ต้องตื่นตอน 06.00 น. เดินทางเส้นเดิมไม่ได้กำลังก่อสร้างซ่อมแซมถนนอยู่ก็ไปอีกเส้นทางหนึ่ง อย่างนี้ก็ถือว่าวางแผนแล้ว เพราะอธิบายได้ ขณะที่ขับรถไปเจอทางเป็นหลุมเป็นบ่อก็หักหลบบ้างลดความเร็วลงบ้าง รถตกหลุมครั้งที่ 1 ก็ต้องจำไว้อย่าตกหลุมอีกในวันถัดไป
 
 
อย่างนั้นพนักงานปฏิบัติการฟิสิกส์ วัน ๆ เอาแต่บีบปูน อย่างนี้จะดูว่ามี PDCA หรือเปล่า ตอบได้เลยมีแน่นอน ๆ คิดง่าย ๆ วันนี้จะบีบปูนกี่ตัวอย่าง มีคนมาเร่งเอาผลทดสอบหรือเปล่า ใช้เวลาบีบกี่ตัวอย่างต่อเครื่อง แล้วมีกี่เครื่องบีบด้วยมาตรฐานอะไร เอาแบบ Quick Test หรือแบบมาตรฐาน นี่แหละตอบได้แค่นี้ก็ถือว่าวางแผนแล้ว (P) ขณะที่บีบไปทำไปก็ต้องนึกรู้ว่าวันนี้น่าจะทำทันหรือเปล่า แล้วก็ทำถูกมาตรฐานหรือเปล่า อย่างนี้ถือว่าทำแล้ว (D) ผลจากการบีบปูนว่ามีข้อสังเกตอะไรบ้าง ผลวิเคราะห์ออกมาแปลกหรือเปล่า เช่น เคยบีบได้ 120 กิโล ตัวอย่างที่บีบได้วันนี้ 50 กิโล อย่างนี้จะคิดซักหน่อยว่ามันจริง ๆ หรือมันผิดพลาด ต้องทำซ่อมหรือเปล่า
 
 
ถ้าจะให้ดีให้หมั่นสังเกตว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร เช่นว่าเก็บตัวอย่างมาไม่ดี หรือเตรียมตัวอย่างไม่ดี เครื่องมือที่ใช้บีบมันเคลื่อน ๆ อย่างไรพิกล ๆ จำเป็นต้องรายงานนายหรือเปล่า อย่างนี้ถือว่าได้มีการตรวจสอบผลลัพธ์แล้ว (C) เมื่อพบอาการผิดปกติเราก็ต้องปรับปรุงแก้ไข ไม่ว่าจะบีบซ้ำเพื่อทดสอบซ่อมอีกครั้ง หรือว่าเตรียมตัวอย่างไม่ดี การตอบโต้ที่สาเหตุอย่างนี้อาจต้องไปรวมกลุ่มกันทำ QCC หากดีแล้วก็เขียนเป็นแนวทางปฏิบัติ อย่างนี้ถือว่ามีการแก้ไขปรับปรุงแล้ว (A)
 
 
ยกตัวอย่างการใช้วงจรบริหารเดมมิ่ง ในขณะสอบของเด็กนักเรียน เขามีข้อสอบอยู่ 100 ข้อ มีทั้งข้อยาก ๆ ข้อง่าย ๆ คะแนนต่างกัน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง จะทำอย่างไร ก็เริ่มจากการเปิดดูคร่าว ๆ ว่ามีข้อสอบอะไรบ้างทั้งหมด แล้วก็มาวางแผนทำก่อน บางทีก็เริ่มจากข้อง่าย ๆ เพื่อ Warm Up ทำไปตามเวลา ไม่ใช้เวลาข้อใดข้อหนึ่งไปก่อนจะทำให้เวลาหมดไปกับข้อยาก ๆ คะแนนน้อย ๆ อย่าลืมเป้าหมาย คือ คะแนนรวมทั้งหมด ไม่ใช่มั่วทำแต่เพียงข้อเดียว ทำให้เสร็จแล้วเหลือเวลาอีก 10 นาทีก่อนหมดเวลา เพื่อตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพบบางข้อที่ต้องแก้ไขทำใหม่ก็จะได้แก้ไข สุดท้ายก็จำหลักการทำข้อสอบที่ทันเวลาไว้เป็นบทเรียนสำหรับการสอบครั้งต่อไป นอกจากนี้อาจใช้วิธีถามจากคนสอบได้ที่ดี ๆ ว่า มีเทคนิคการสอบอย่างไร ก็จำไว้ที่จะนำมาทดลองปรับใช้ต่อไปในการสอบครั้งหน้า
 
 
หากมีคนมาถามเราว่านาย ก. ทำงานอย่างมีระบบหรือเปล่า ระบบก็คือมีระบบบริหารที่อ้างอิงได้ ก็เลยยกเอาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM) ก็แล้วกัน ไม่ว่า นาย ก. จะเป็นผู้รับเหมาคนงาน พนักงานปฏิบัติการ หัวหน้าหรือผู้จัดการก็ตาม จะดูอย่างไร ถ้าต้องถามสัมภาษณ์เขาดูว่า
 
 
  1. เขามีงานมากไหม มีหลาย ๆ งาน เขาจัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละงานอย่างไร และทำไมจึงคิดอย่างนั้น
  2. มีการวางแผนและวางเป้าหมายที่จะบรรลุอย่างไร
  3. เขาส่งงานทันตามกำหนด หรือชนะเป้าหมายที่นายมอบหมายให้ ทำอย่างไรบ้าง
  4. เวลางานมีปัญหา เขาจะทำอย่างไรดี
 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า นาย ก. มีแผนดี ก็ไม่ยาก ลองสัมภาษณ์เขา หรือให้เขาเอาสิ่งที่เขาวางแผนลงในกระดาษหรือในคอมพิวเตอร์มาให้ดู

  1. ขอดูแผน หรือขอฟังบรรยายแผน แล้วดูความสอดคล้องแผนที่จะไปบรรลุเป้าหมายว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน เป็นไปได้ทั้งการบรรลุและในแนวทันเวลานะ
  2. ส่งงานทันกำหนดเป็นส่วนใหญ่หรือเปล่า
  3. มีการปรับแผนใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเป้าหมายที่เปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้ามีบ่อยแค่ไหน และเหตุผลที่เปลี่ยน
  4. มีการทำงานนอกแผนมากแค่ไหน คือ แผนก็คือแผน เวลาทำก็ทำอีกแบบหนึ่ง หากมีอย่างนี้มาก ๆ แสดงว่าแผนไม่ดี ไม่เหมาะกับคนและงาน
 

ต่อไปเราอยากรู้ว่า นาย ก. ปฏิบัติดีหรือเปล่า คล้าย ๆ กับตรวจสอบพระว่า พระรูปนี้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบหรือเปล่า ขั้นตอนการทำนั้นทำคนเดียวหรือต้องทำเป็นทีม หากงานที่ทำทีมเหมือนการแข่งฟุตบอล อย่างนี้ต้องเป็นทีม

การลงมือทำงานด้วยตนเอง จะดูได้จากอะไร จึงรู้ว่า นาย ก. ทำดีแล้ว

1.ลองถามเขาดูว่า งานที่เขาทำมีอะไร รู้มากน้อย แล้วนายเขาดูอะไรจากงานนี้

2.เวลาที่เขาเข้าไปทำงานเขาคลุกคลีกับงานมากน้อย บุก ลุย หรือทำห่าง ๆ หรือเอางานตัวเองที่หนัก ๆ ไปให้เพื่อนทำให้หรือให้ผู้รับเหมาทำต่อ

3.ถามเขาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง แล้วเขาแก้ปัญหาอย่างไรในเชิงเดี่ยว

 
 
4.ขอให้เขาแสดงความภาคภูมิใจในงานที่เขาปรับปรุง 1 งาน อวดให้เราดู

5.ขาได้แสดงความคล่องแคล่วว่องไว ในการทำงานอย่างไร ลองสั่งให้เขาทำดู สั่งสั้น ๆ แล้วดูผล หรือว่าเขางง ๆ ต้องให้เราอธิบายยาว ๆ หรือเปล่า

6.ถามดูว่าปีนี้เขาได้พัฒนาตัวเองอย่างไร เช่น กล้าพูด ได้บทเรียนจากการทำงานใหม่ ๆ อะไรบ้าง

 

การลงมือทำงานด้วยทีมหรือทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะงานที่ทำด้วยกันหลาย ๆ คน เช่น การจัด

งานกิจกรรม การทอดผ้าป่า การขับรถบรรทุกขนวัตถุดิบที่ใช้หลาย ๆ คัน การเข้าทีมทำงานร่วมกัน เช่น รถตักกับรถบรรทุก เป็นต้น แล้วเราจะดูว่า นาย ก. ทำงานร่วมกับคนอื่นอย่างเป็นทีมได้อย่างไร ได้ดังนี้

1.มีการสอนแบ่งปันความรู้ให้แก่กันและกัน หรือไม่ ถ้ามีให้ลองยกตัวอย่าง
2.มีเป้าหมายของทีมหรือไม่ เป้าหมายคืออะไร แล้วแต่ละคนในทีมต้องทำหน้าที่อะไร สอดคล้องกับเป้าหมายทีมหรือไม่ แล้ว นาย ก. ทำอะไรในทีม

3.สำรวจความพึงพอใจของสมาชิกทีมที่มีต่อ นาย ก. ว่าเป็นอย่างไร เป็นตัวปัญหา หรือเป็นพระเอก
4.มีการประชุมทีม ทั้งในรูปแบบการประชุมและรูปแบบไม่เป็นทางการบ่อยแค่ไหน แล้วนาย ก. ทำอะไรในที่นั้น ฟังเฉย ๆ ชอบรับอาสา ชอบพูดแต่ไม่ทำ ชอบพูดว่าทำไม่ได้จะมีปัญหามากมาย
 
 

ต่อไปเรามาลองพิจารณาดูว่า นาย ก. ติดตามงานเก่งหรือไม่ ให้พิจารณาดังนี้

  1. ลองถามนาย ก. ว่ามีแผนติดตามงานอย่างไร เป็นระยะ ๆ หรือตามจังหวะที่เหมาะสม หรือทุก ๆ สัปดาห์ หรือทุก ๆ เดือน และขอทราบเหตุผลที่กำหนดความถี่อย่างนั้นด้วย
  2. สิ่งที่ใช้ในการติดตามงานคืออะไร เป็นกระดาษ เป็นหน้างานจริง หรือคำบอกเล่า
  3. ตัวที่ใช้ติดตามคืออะไร หรือจุดตรวจสอบ (Check Point) เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์เป็นไปตามเป้าหมายหลักหรือไม่
  4. นาย ก. มีระบบช่วยจำแบบง่าย ๆ ในการติดตามหรือไม่ เช่น สูตรลัด หัวข้อการตรวจ แผนตรวจในสมุดพกประจำตัว (สมุดปฏิทิน)
  5. นาย ก. ติดตามงานเฉพาะของตนเอง หรือของทีมด้วย
  6. ลองหยิบข้อมูลของ นาย ก. มาดู แล้วถามนาย ก. ว่า ข้อมูลตัวไหนปกติ ผิดปกติทางดี ผิดปกติทางเลว แล้ว นาย ก. มีระบบตรวจสอบผลลัพธ์ทันเหตุการณ์หรือไม่ โดยเฉพาะงานสำคัญ
  7. ลองถาม นาย ก. ว่าสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลผิดปกตินั้นมาจากอะไร ใช้วิธีการเดา หรือพิสูจน์เหตุผลทางวิทยาศาสตร์แล้ว
  8. หากจำเป็นต้องรายงานให้นายทราบ มีการรายงานให้ทราบทันตามที่กำหนด หรืออุบเงียบไว้
 

ขั้นตอนสุดท้ายเราอยากทราบว่า นาย ก. มีระบบการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง และการจัดทำเป็นบทเรียนดีแค่ไหน
ให้ดำเนินการดังนี้

  1. ขอดูระบบการรับทราบปัญหาว่าเกิดขึ้นแล้วว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง ทันกาลหรือไม่
  2. การแก้ปัญหาเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการมีขั้นตอนอย่างไร
  3. การค้นหาสาเหตุปัญหาตาม QC Story
  4. การป้องกันปัญหา โดยการหยั่งรู้ล่วงหน้าก่อนปัญหาจะเกิดขึ้น เช่น มีระบบเตือนภัยล่วงหน้าจากสิ่งผิดปกติ แล้วหยุดเครื่องก่อนที่เครื่องจักรจะพัง
  5. มีระบบคลังภูมิปัญญา เช่น เอาข้อมูลหลักการบทเรียนมาใช้งานต่อ หรือบันทึกไว้ในหนังสือ ใน CD ในลักษณะคู่มือแก้ปัญหา (Trouble Shooting) เพื่อเบิกมาใช้ในคราวหน้า หรือไม่
 
 
จากบทความเรื่อง การใช้วงจรบริหารเดมมิ่งในชีวิตทุกขณะจิต ก็คงจะเห็นว่าทุกชีวิตทุกคนทุกวัย ทุกหน้าที่การงานใช้วงจรบริหารเดมมิ่งได้ จะเอาไปใช้ในการแก้ความยากจนก็ได้ การปรับปรุงวิธีการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานก็ได้

ประเด็นต่อไปคงเป็นเรื่องทุกขณะจิตในเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างงานเชื่อมโลหะ ก็ต้องรู้ว่าจะเชื่อมอะไร เพื่ออะไร กำหนดแล้วเสร็จ จากนั้นก็ลงมือเตรียมชิ้นงานแล้วก็เชื่อม หากเชื่อมดีก็รักษาต่อไป หากเกิดขี้เชื่อมก็ต้องสะดุดตาเชื่อมแก้ทันที

ตัวอย่างงานพิมพ์เอกสารก็หมุนวงจร PDCA ได้วางแผนว่าจะพิมพ์เสร็จเมื่อไร ส่งมอบงานเมื่อไร ต้องพิมพ์กี่หน้า ใช้เวลาโดยประมาณกี่ชั่วโมง จากนั้นก็พิมพ์ไปพิมพ์ได้ระยะหนึ่งก็ตรวจสอบว่ามีคำผิดหรือเปล่า หากมีก็แก้ไขไป
 
 
ในงาน TPM จะมีการทำความสะอาดเบื้องต้นก็ต้องมีการวางแผน ทำความสะอาดตรวจสอบรูรั่ว หากพบก็แก้ไขปรับปรุงไป หากทำความสะอาดของตกหล่นทำบ่อย ๆ สู้ไม่ไหว ก็ต้องใช้วิธีไปหาสาเหตุรากเหง้าว่าทำไมเศษตกหล่นมาจากไหน ก็ต้องตามไปอุดรูรั่ว แทนที่จะกวาดอย่างเดียวต้องทำงานเหนื่อยไม่มีที่สิ้นสุด

ในงานบุคคลก็สามารถใช้ PDCA มาใช้งานได้ เช่น กฎระเบียบบุคคลที่คิดวางเจ๋ง ๆ พอออกนำมาใช้ก็ต้องติดตามผลการปฏิบัติ หากพบข้อไม่ดีก็รวบรวมมาแก้ไขปรับปรุงในโอกาสต่อ ๆ ไป
 
 
ในงานตรวจสอบคุณภาพ ระบบที่คนหนึ่งทำคนหนึ่งตรวจสอบ ก็เลยทำให้คนทำคิดว่าเดี๋ยวคนตรวจสอบจะมาพบเอง แนวคิดนี้ของเสียจะมีมากก็เลยเกิดแนวคิดใหม่ว่า คนทำกับคนตรวจสอบคุณภาพเป็นคนเดียวกัน ทำไปก็ตรวจสอบไป

ตัวอย่างต่าง ๆ ทำให้เห็นความจำเป็นในการ PDCA ทุกขณะจิต คือทำให้เป็นนิสัยไม่ว่าจะทำงานที่บริษัท ทำครัวที่บ้าน ตีกอล์ฟ ยิงปืน ขับรถ ทำทุก ๆ งานจนเป็นนิสัย อย่าติดรูปแบบว่า PDCA ต้องมีกระดาษเสมอไป มิเช่นนั้น จะสร้างกระดาษสร้างความยุ่งยากในชีวิต ต้องมีความเรียบง่ายสบายใจ (Easy & Enjoy)
 
 
ตัวอย่างการ PDCA ในชีวิตประจำวันมีดังนี้

เมื่อ P = Plan, D = Do, C = Check, A = Action, R = Results, X = ไม่ดี, T = ดี

1. ทิ้งโดยไม่คิด (Px, Dx) มักง่าย

2. ทำชั่วโดยไม่รู้ตัว (Px, Dx) ละเมอ, ขาดสติ
 
 
3. ได้ผลดีโดยไม่ได้ทำอะไรเลย (Dx, Rt = Cx, Ax ) ส้มหล่น

4. ฆ่าคนโดยไม่เจตนา (Px, Dx) ประมาท

5. ทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน (Dt, Rt) ทำบุญ

6. ทำไม่ดีได้ดี (Dx, Rt) ฟลุ๊ก

7. เซ็นต์เช็คโดยไม่ดู (Dx, Cx) มั่ว
 
 
8. ทำให้ท้องแต่ไม่ยอมรับเป็นพ่อ (Dx, Rx = Ax) เสือผู้หญิง

9. มาพบโดยบังเอิญ (Px, Dt) ไม่ตั้งใจจริง

10. รับเงินทอนโดยไม่นับ (Dt, Cx) เชื่อใจคนอื่นมากไป

11. รู้ว่ามีอุบัติเหตุแต่ไม่รายงาน (Dt, Ct, Ax) ปิดบังนาย

12. ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก (Dx, Ax) ขาดปัญญา
 
 
13. ทำเรื่องสนุกให้เป็นเรื่องเครียด (Dx, Ax) เครียด

14. ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นห่างจากที่ทิ้งแค่ 3 ก้าว (Px, Dx) มักง่าย

15. ด่าแล้วด่าอีกยังทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นอีก (Px, Dx, Ax) แย่ ?
 
 
การฝึกตนในเรื่อง PDCA ให้เป็นนิสัยเป็นเรื่องดี จะทำให้ความคิดพัฒนาขึ้น PDCA นี้ตรงกับทางพุทธว่า ปริยัติ (P) ปฏิบัติ (D) ปฏิเวธ (C&A) นั่นเอง
หวังว่าคงนำแนวคิดนี้ไปฝึกปฏิบัติกันทุก ๆ คน จะได้พัฒนาตน พัฒนาทีม และพัฒนางาน ทำให้รับการประเมินผลงานได้เป็นผลดี
 

พุทธวิธีบริหาร
Buddhist Style in Management
สมหวัง วิทยาปัญญานนท์
16 กรกฎาคม 2546
http://www.budmgt.com/budman/bm02/pdcaforalllife.html

 
 
Lexus

Established in the early 1980s and launched in 1989, the Lexus marque soon became associated with quality, luxury and superior customer satisfaction. The brand reputation grew quickly until, barely a dozen years after its founding, Lexus became America's best-selling line of luxury motor vehicles.

Lexus belongs to the global Toyota family, whose members together constitute the world's third-leading automaker. We and our affiliated companies employ more than 31,000 in the United States, and our Lexus and Toyota dealers and suppliers employ an additional 160,000 persons. Toyota's investments in the United States amount to $12 billion.

On these pages you can learn about our company's involvement in the improvement of our communities and our work to better the global environment. In addition, you can access information of interest to Toyota shareholders.
 
Team building Lexus by www.teambuildingthai.com
 
 
< Prev   Next >

Contact us: 31/294 Chokchai 4, Lardprao Road, Lardprao Bangkok Thailand 10230
Tel. 084-112-3030 / Fax. 085-484-3690

teambuildingthai@gmail.com

Contact Us >> Team building Activities Thailand<<

Team building >>New & Update<<