|
|
|
Team building Schaeffler SEA Finance & HR Conference The Davis Bangkok The Boutique Hotel in Bangkok |
|
|
| Team building
Schaeffler SEA Finance & HR Conference The Davis Bangkok
The First Boutique Hotel in Bangkok Thailand |
| building training,
corporate team building exercise, corporate team building events,
creative team building, team building courses, team building excercises,
team building activites |
| Positive Thinking :
ความคิดเชิงบวก |
ชายสองคนมองผ่านลูกกรงเดียวกัน
คนหนึ่งเห็นโคลนเลน
คนหนึ่งเห็นดวงดาว |
|
.....เฟรเดอริก แลงบริดจ์...... |
| |
 |
| building training,
corporate team building exercise, corporate team building events,
creative team building, team building courses, team building excercises,
team building activites |
รู้จักความคิดเชิงบวก
โดยปกติแล้วความคิดเชิงลบจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่า
เพราะธรรมชาติของคนเรานั้นพร้อมจะมองเห็นความบกพร่องมากกว่ามองเห็นข้อดี
ในขณะที่ความคิดเชิงบวก ต้องอาศัยมุมมองและการคิดที่ลึกกว่านั้น
ไม่ใช่การคิดชั้นเดียวจากการเห็นแล้วสรุปความเลยว่าสิ่งนั้นไม่ดี แต่ต้อง
มาจากมุมมองที่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น(โดยเฉพาะเรื่องไม่ดี)ย่อมมีประโยชน์หรือความดีแฝงอยู่ด้วยเสมอ
ดังนั้น การมองโลกเชิงบวก(positive thinking)
จึงหมายถึงการมองสิ่งต่างๆอย่างเข้าใจ ยอมรับได้ในด้านลบ มองปัญหา
ความทุกข์ ความไม่ราบรื่นเป็นเรื่องธรรมดา
หากรู้จักเลือกใช้ประโยชน์จากด้านบวกที่แฝงอยู่จากสิ่งนั้นๆ ได้
เหตุการณ์บางอย่าง เราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะให้เกิดหรือไม่ให้เกิด
แต่เมื่อเกิดขึ้นไปแล้ว เราเลือกได้ว่าจะมองและรู้สึกกับมันอย่างไร
ศ.ดร.นายแพทย์วิทยา นาควัชระ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ
กล่าวให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวว่า มุมมองของคนเรานั้นมีทั้งด้านบวก
ด้านลบ หรือมองแล้วเฉยๆไม่รู้สึกอะไร (zero)
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานจิตใต้สำนึกของแต่ละคน |
| |
 |
| |
"จิตของมนุษย์เป็นเหมือนก้อนหินลอยน้ำ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
คือจิตสำนึกหรือความรู้ตัว เป็นส่วนที่โผล่พ้นน้ำมี 5 เปอร์เซ็นต์
กับอีกส่วนหนึ่งคือจิตใต้สำนึก เป็นส่วนใต้น้ำที่มีมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์
มาจากการสะสมประสบการณ์ชีวิต ความคิด ความรู้สึกเอาไว้ทั้งลบและบวก"
แต่คนเรามักจำเรื่องลบเอาไว้มากกว่า คนไทยเลี้ยงลูกด้วยการตำหนิ
กลัวชมแล้วเหลิง หรือไม่ก็ชมไม่เป็น มักนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ
หรือด่าว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง สิ่งเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในจิตใต้สำนึก
เมื่อเติบโตขึ้น เวลาเราคิดถึงอะไรก็คิดติดลบตลอดเวลา
และรู้สึกว่าตนเองได้รับความรักไม่เพียงพอ แม้จะอยู่กับผู้คนมากมาย
แต่ประสบการณ์ชีวิตทำให้รู้สึกว่ามีคนรักตนเองน้อย จึงเหงา ว้าเหว่
ไม่เชื่อมั่น ไม่ภาคภูมิใจในตนเอง"
ทั้งหมดนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญและที่มาของความคิดเชิงลบในที่สุด
|
| building training,
corporate team building exercise, corporate team building events,
creative team building, team building courses, team building excercises,
team building activites |

The Davis Bangkok |
The First Boutique Hotel in Bangkok Thailand |
| |
พลังของความคิด
กายกับใจนั้นเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน
แน่นอนว่าการมีร่างกายที่เจ็บป่วยอาจทำให้ใจห่อเหี่ยวแต่ใจที่ป่วย
จากการคิดร้าย
มีแต่ความเคียดแค้นเกลียดชังก็นำมาซึ่งโรคทางกายได้เช่นเดียวกัน
ทางการแพทย์เรียกว่า Psychosomatic disorder หรือ
การเจ็บป่วยทางกายอันเนื่องมาจากจิตใจ ดังที่มีคำกล่าวที่ว่า "จิตเป็นนาย
กายเป็นบ่าว"
การมองโลกในด้านลบ ไม่เพียงแต่ทำให้จิตใจร้อนรุ่มกระวนกระวายเท่านั้น
หากยังส่งผลกระทบให้สมองส่วนล่างเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางลบ คือ
ฮอร์โมนความเครียดหลั่ง หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดสูง กรดในกระเพาะสูง
ภูมิต้านทานต่ำลง
ในขณะที่การมองด้านบวก จิตจะสั่งการสมองส่วนล่างด้วยคำสั่งอีกชุดหนึ่ง
คือทำให้ฮอร์โมนความสุขหลั่ง หัวใจเต้นช้าลง ความดันเลือดลดลง หายใจช้าลง
และภูมิต้านทานสูงขึ้น |
| |
 |
| building training,
corporate team building exercise, corporate team building events,
creative team building, team building courses, team building excercises,
team building activites |
ดังนั้น
การควบคุมจิตใจ อารมณ์
ความรู้สึกให้มีแต่เรื่องดีๆ
จึงเท่ากับเป็นการให้ข้อมูลต่อจิตใต้สำนึกของตัวเอง
ซึ่งหมายถึงการควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติ ระบบฮอร์โมน
และระบบภูมิต้านทานให้เป็นไปทางที่จะทำให้สุขภาพดีโดยทางอ้อมนั่นเอง
การมองโลกเชิงบวก จะช่วยให้ชีวิตมีความหวังแม้ว่าพบพานอุปสรรคใหญ่หลวง
ถือว่าเป็นการหาดีในเลว หาโอกาสในวิกฤติ
ซึ่งอาจทำให้เราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่มีทางได้รับจากชีวิตที่ราบเรียบก็เป็นได้
นายแพทย์เบอร์นี เอส.ซีเกล ผู้เขียนหนังสือเรื่อง "ชนะโรคร้ายด้วยหัวใจสู้"
(Love medicine and Miracle) ได้กล่าวไว้ว่า
"ภาวะทางจิตใจมีผลโดยตรงอย่างฉับพลันกับสภาพทางกาย
แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพทางกายได้โดยการจัดการกับวิธีคิด
ถ้าเราปล่อยให้ใจเราจมอยู่กับความผิดหวัง ร่างกายก็จะได้รับแต่
"สัญญาณความตาย" แต่ถ้าเราต่อสู้กับความเจ็บป่วยและหาแนวทางแก้ไข
ร่างกายก็จะได้รับ "สัญญาณความต้องการอยู่รอด"
แล้วระบบภูมิคุ้มกันก็จะเริ่มทำงาน ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น"
|
| |
 |
| |
หลักการมองโลกเชิงบวก
ก่อนที่คุณจะเรียนรู้ถึงวิธีคิดเชิงบวก
ลองถามตัวเองดูก่อนว่าคุณอยากเป็นคนที่มีความสุขมากกว่านี้ไหม
หรือกำลังมีความทุกข์เพราะความคิดของตัวเองตลอดเวลาหรือเปล่า หากคำตอบคือ
"ใช่" นั่นคือหัวใจสำคัญของการฝึกฝน เพราะ "ความตั้งใจ"
เท่านั้นที่จะทำให้การฝึกหัดวิธีคิดกลายเป็นผลสำเร็จได้ |
| |
 |
| |
บันไดขั้นที่ 1 :
มองตัวเองว่าดี
การที่คนเราจะมองโลกหรือมองคนอื่นในแง่ดีได้
ต้องมาจากพื้นฐานที่มองและเชื่อว่าตัวเองดีเสียก่อน
ขั้นตอนเพื่อการมองตัวเองว่าดี มีดังต่อไปนี้
- หาข้อดีของตนเอง ลองสำรวจพิจารณาข้อดีของตนเอง(ไม่ใช่การเข้าข้างตัวเอง)
อาจเป็นความดีเล็กๆน้อย เช่น พาคนแก่ข้ามถนน ช่วยลูกนกที่ตกต้นไม้ ฯลฯ
เพื่อให้เกิดความรักและความภาคภูมิใจในตัวเอง
- ถ่อมตัว
การมองเห็นความดีของตนเองนั้นมีไว้เพื่อบอกตัวเราเองให้เกิดความพอใจในตัวเอง
รักตัวเอง แต่ไม่ใช่เพื่อข่มหรือคุยทับคนอื่น
การถ่อมตัวจึงเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่พึงจะมีควบคู่กัน
- นอกจากจะรู้จุดแข็ง(ข้อดี)แล้ว ยังควรต้องสำรวจจุดอ่อนของตนเองด้วย
เมื่อเรายอมรับได้ว่านั่นคือข้อบกพร่องของเราจริงๆ
ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด
- เพิ่มความดี แม้จะรู้ว่าตนมีข้อดีในด้านใดบ้าง
ก็ไม่ควรหยุดตัวเองไว้เพียงเท่านั้น
แต่ควรเพิ่มคุณสมบัติอื่นๆที่ดีให้มากยิ่งขึ้น
อาจเริ่มต้นโดยการตั้งเป้าหมายเป็นข้อๆว่าคุณอยากจะทำอะไรดีๆเพิ่มขึ้นบ้าง
แล้วค่อยๆฝึกฝนไปทีละข้อ |
| building training,
corporate team building exercise, corporate team building events,
creative team building, team building courses, team building excercises,
team building activites |
 |
| |
บันไดขั้นที่ 2 :
มองคนอื่นว่าดี
เมื่อผ่านบันไดขั้นแรกมาแล้ว
จะทำให้เราเริ่มตระหนักว่าคนทุกคนล้วนแต่ไม่สมบูรณ์
ย่อมมีข้อบกพร่องมากน้อยแตกต่างกันออกไป (แม้แต่ตัวเราก็ยังมีข้อเสีย)
ดังนั้น
การมีชีวิตที่มีความสุขจึงหมายถึงการอยู่ร่วมกันโดยเลือกมองและใช้ประโยชน์จากความดีที่ผู้อื่นมีอยู่
โดยไม่ใช่การเสแสร้ง แต่มองเห็นความดีของเขาจริงๆ |
| |
 |
| |
บันไดขั้นที่ 3 :
มองสิ่งที่เหลืออยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ขาดหาย
เมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆขึ้น
ลองมองความทุกข์หรือปัญหานั้นเป็นเรื่องธรรมดา
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วย่อมกลับไปแก้ไขไม่ได้
แต่เราสามารถนำมาพิจารณาได้ว่าในวิกฤติที่เราพบนั้นมีข้อดีอะไรแฝงอยู่หรือจะใช้ประโยชน์จากปัญหานั้นได้อย่างไรบ้าง
เช่น ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งรู้สึกว่า รักตัวเองมากขึ้น เลิกทำอะไรไร้สาระ
แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตใจมากขึ้น เช่น ฝึกสมาธิ
ช่วยเหลืองานการกุศล เป็นต้น |
| building training,
corporate team building exercise, corporate team building events,
creative team building, team building courses, team building excercises,
team building activites |
 |
| |
บันไดขั้นที่ 4 :
หมั่นบอกตัวเอง
ขึ้นชื่อว่าเป็นความคิดก็มักจะอยู่กับเราไม่นาน
แต่ความคิดก็มักเป็นต้นทางและบ่อเกิดของการกระทำ ดังนั้น
เราจึงจำเป็นต้องทำให้ความคิดดีๆอยู่กับเราตลอดเวลา เช่น
บอกตัวเองว่าเป็นคนเก่งทุกครั้งที่ทำอะไรสำเร็จ
แม้จะเป็นเพียงความสำเร็จเล็กน้อย
บอกตัวเองว่าเพื่อนร่วมงานก็เป็นคนดีคนหนึ่งแม้เขาจะมีข้อบกพร่องอีกหลายอย่าง
บอกตัวเองว่าเราโชคดีที่ได้ทำงานยากๆแม้ค่าตอบแทนจะน้อยแต่ก็ทำให้เราได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ
ฯลฯ |
| |
 |
| building training,
corporate team building exercise, corporate team building events,
creative team building, team building courses, team building excercises,
team building activites |
บันไดขั้นที่ 5 :
ใช้ประโยชน์จากคำว่าขอบคุณ
เคยมีคำสอนจากอาจารย์เซนท่านหนึ่งกล่าวว่า เมื่อต้องพบเจอเรื่องร้าย
จงยิ้มแล้วกล่าวคำว่าคำขอบคุณ
เพราะนั่นคือบททดสอบที่ดีของการมีชีวิตที่เข้มแข็ง หากมีคนด่าว่าคุณ
แทนที่จะโต้ตอบ การกล่าวคำว่าขอบคุณ แทนที่จะโต้ตอบ
จะช่วยลดท่าทีความรุนแรงลงได้เกือบทั้งหมด ทั้งยังทำให้บุคคลนั้นแปลกใจ
และอาจกลับไปพิจารณาพฤติกรรมของตัวเองได้โดยที่คุณไม่ต้องพูดอะไรสักคำหากเราตั้งสติ
และพินิจพิเคราะห์อุปสรรคต่างๆอย่างมากพอ
เราจะรู้สึกขอบคุณต่อข้อขัดข้องเหล่านั้น
อย่างน้อยมันก็ทำให้เราเรียนรู้ที่จะเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
เข้าใจจากความผิดพลาดว่าสิ่งใดไม่ควรทำ
(แม้ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะสำเร็จก็ตาม)
และช่วยให้รอบคอบมากขึ้นเพื่อไม่ผิดพลาดซ้ำอีก |
| |
 |
| |
โธมัส อัลวา เอดิสัน
เคยบอกกับผู้ช่วยของเขาในระหว่างการทดลองประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าว่า "
เราไม่ได้ล้มเหลวจากการทดลอง 700 กว่าครั้งที่ผ่านมา
แต่เรากำลังเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่า มี 700
วิธีที่ไม่ควรทำ และใกล้จะพบคำตอบแล้ว "
----------------------------------------------------------------------------------------------
ความผิดพลาดจึงเป็นบันไดขั้นสำคัญในการเรียนรู้ หากรู้จักใช้ประโยชน์
ก็ไม่ถือว่าสูญเปล่า
การมองโลกในแง่ดี จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีคิดเพื่อการใช้ชีวิตที่มีความสุข
ที่เริ่มต้นง่ายๆได้จากตัวคุณนี่เอง |
| |
 |
| |
|
ภาพประกอบเป็นกิจกรรม Team building ของ
SCHEAFFLER GROUP |
|
สถานที่คือ The Davis Bangkok | The First Boutique Hotel in Bangkok
Thailand |
| |
|
Schaeffler Group |
| With its three strong
brands - INA, LuK and FAG - the Schaeffler Group stands for a pronounced
customer focus, innovative power and the highest possible quality. In
2007, approximately 66,000 employees at over 180 locations worldwide
achieved sales totaling of 8.9 billion euros. The group belongs to the
leading suppliers of the rolling bearings industry worldwide and is a
recognized partner of nearly all automobile manufacturers. |
| building training,
corporate team building exercise, corporate team building events,
creative team building, team building courses, team building excercises,
team building activites |
|
|