Home
  Team building THAi, Thailand's ultimate Team building Creative Activities Event and MICE Organizer experience. teambuildingthai@gmail.com


Advertisement
Team building MBA English program Chulalongkorn University Chulalongkorn Business School Print อีเมล์

Team building การสร้างทีม สร้างสรรค์พัฒนาทีมงาน สร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ จิตวิทยาการทำงานเป็นทีม การเปลี่ยนแปลงขององค์กรสมัยใหม่

Team building MBA English program Chulalongkorn University Chulalongkorn Business School: Faculty of Commerce and Accountancy

Gen Y ผู้ท้าทายองค์กร
การเปลี่ยนแปลงขององค์กรที่เป็นไปตามยุคสมัย
เนื่องจากบุคลากรขององค์กรนั้นเปลี่ยนไป ซึ่งก็หมายถึงว่าองค์กรนั้นเผชิญกับพนักงานที่มีวัยวุฒิที่สูงขึ้น
 
 
ในขณะเดียวกันพนักงานที่ยังมีวัยวุฒิน้อยแต่คุณวุฒิสูงก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจากประเด็นนี้จะเห็นได้ว่าองค์กรนั้นได้เผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ในการบริหารจัดการองค์กรในยุคเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว
 
 
ทุกท่านคงเข้าใจแล้วว่าการบริหารพนักงานดาวเด่นนั้น ประเด็นหนึ่งก็เพื่อการพัฒนาพนักงานและองค์กรของเรา และในอีกมุมหนึ่งก็เพื่อการวางแผนหาผู้สืบทอดตำแหน่ง แต่ท่านเคยตั้งข้อสังเกตหรือรู้สึกกันไหมครับว่าพนักงานรุ่นใหม่นั้นเป็นบุคลากรที่แตกต่างจากพนักงานรุ่นเก่าๆ วิธีการบริหารแบบเก่าๆ นั้นจะใช้ไม่ได้ผลเอาเสียเลย
 
 
จริงๆ แล้วประเด็นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเราเท่านั้นแต่ทั่วโลกต่างก็กำลังเผชิญกับความท้าทายนี้ สาเหตุเนื่องมาจากอะไรทุกท่านคงทราบดี สาเหตุนั้นมาจากประเด็นของช่วงอายุของประชากร หรือที่เราแบ่งกันเป็น Generation นั่นเอง
 
 
ซึ่งในอดีตไม่นานนี้เราได้เห็นองค์กรหลายๆ องค์กรพยายามปรับตัวกันไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เป็นในเรื่องการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้มีคุณลักษณะตรงตามความต้องการของลูกค้าที่อยู่ในกลุ่ม Generation X

Team building MBA English program Chulalongkorn University Chulalongkorn Business School

 
แต่ในปัจจุบันนี้ประชากรในกลุ่ม Generation Y ซึ่งโดยมากจะเกิดระหว่าง พ.ศ. 2521 ถึง 2540 โดยมากจะเป็นผู้คลั่งไคล้ในเทคโนโลยี หรือ เราเรียกว่า Geek เป็นสาวก IPOD โหวต AF เล่น MSN ติด HI 5 เวลาทำการบ้านจะเข้าอินเตอร์เน็ต เข้าเว็บ Google นัดติวกันที่บ้านใร่กาแฟ เป็นต้น พวกเขาให้ความสำคัญ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ครอบครัว เพื่อน สังคม เพื่อนร่วมงาน และตัวของพวกเขาเอง ซึ่งกลุ่มนี้นั่นเองกำลังเป็นตัวแปรหลักที่จะส่งผลต่อองค์กรไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสินค้าหรือแม้แต่การบริหารจัดการพนักงานเหล่านี้เองก็ตาม
 
 
โดยลักษณะทางพฤติกรรมแล้วนั้นกลุ่มของ Generation Y นั้นจะมีลักษณะที่มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง ไม่ค่อยอยู่ในกฎระเบียบ หรือไม่ชอบที่จะถูกบังคับ ในเรื่องความอดทนนั้นถ้าเปรียบเทียบกับพนักงานใน Generation Y
 
 
จะสังเกตว่าความอดทนนั้นต่ำกว่าพอสมควร รวมไปถึงการรู้สึกการเป็นส่วนหนึ่งกับองค์กรทำให้พนักงานใน Generation Y นั้นเปลี่ยนงานกันบ่อย ยิ่งถ้าเป็นองค์กรที่มีอายุเกินกว่า 10 ปี จะมีช่องว่างและเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
 
 
เนื่องจากองค์กรเหล่านี้จะมีพนักงานใน Generation Y ซึ่งเริ่มเข้าสู่โลกของวัยทำงานแล้วและพวกเขาก็เป็นพนักงานที่แตกต่างไปจากพนักงานรุ่นก่อนๆ ในหลายด้าน ทะเยอทะยาน เรียกร้อง และตั้งคำถามกับทุกสิ่ง
 
 
หากหัวหน้าหรือองค์กรไม่สามารถให้เหตุผลที่ดีพอหรือเหตุผลที่พวกเขาอยากได้ยิน อย่าหวังว่า พนักงานใน Generation Y จะยอมเสียเวลาเดินทางไปทำงานนอกเวลาหรือยอมทำงานดึก และความภักดีต่อบริษัทของ Generation Y จะอยู่ในอันดับท้ายสุด
 
 
แต่พนักงานใน Generation Y นี้ ก็เปี่ยมความรู้ที่อัดแน่นอยู่ในหัว ถ้าเทียบกับช่วงอายุเดียวกันใน Generation X จะเห็นว่า พนักงาน Generation Y จะมีความรู้ที่มากกว่าที่คนวัยยี่สิบรุ่นก่อนหน้าพวกเขาทุกรุ่นเคยมีมา
 
 
ทั้งนี้ก็เนื่องจากทักษะ ความรู้และคุ้นเคยในเรื่องเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารที่มากกว่าเพียงปลายนิ้วสัมผัสในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ พวกเขายังมีความคาดหวังที่สูงยิ่ง แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังสูงสุดและเป็นสิ่งแรก คือตัวของพวกเขาเอง
 
 
การรวมกันของพนักงานในองค์กรที่ประกอบไปด้วยหลายๆ Generation ดังต่อไปนี้
 
 
1.Aging Gap พนักงานในองค์กรนั้นประกอบไปด้วยพนักงานในหลายๆ ช่วงอายุ ซึ่งอายุนี้จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงลักษณะพฤติกรรม ทัศนคติ นิสัย มุมมองการใช้ชีวิตในการทำงาน ซึ่งองค์กรต้องมีหน้าที่ในการหล่อหลอมวัฒนธรรมที่สามารถทำให้พนักงานในทุก Generation ทำงานเข้ากันได้
 
 
2.Differences in Experiences สิ่งหนึ่งที่ทำให้พนักงานในแต่ละ Generation นั้นมีความแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ชีวิตที่คนในแต่ละ Generation เจอไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี ค่านิยม กระแสต่างๆ
 
 
3.Globalization Era การที่โลกได้เปลี่ยนเป็นยุคโลกาภิวัตน์นั้นทำให้การรับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารนั้นรวดเร็ว ทำให้คนใน Generation Y นั้นมีมุมมองที่กว้างขึ้น และ คิดนอกกรอบกันมากขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของการไม่เคารพกฎเกณฑ์ ไม่ชอบอะไรที่เป็นแบบแผน ชอบวิธีลัด แต่ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
 
 
4.Family Preference การที่คนในแต่ละยุค แต่ละ Generation ได้รับการเลี้ยงดูมาจากครอบครัวที่ต่างๆ กัน มีประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กที่ต่างกัน ทำให้พนักงานเหล่านี้มีความแตกต่างกันเมื่อเข้ามาทำงานในองค์กร เช่น Generation Y นั้นมีพฤติกรรมที่ชอบเสี่ยงเนื่องจากการเลี้ยงดูในครอบครัวนั้นให้อิสระในความคิด ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง
 
 
จากปัจจัยข้างต้นนั้นจะเป็นเหตุผลหลักๆ ที่องค์กรต้องทำความเข้าใจในความแตกต่างของคนในแต่ละ Generation เพื่อที่จะให้องค์กรสามารถวางแผนในการบริหารจัดการบุคลากรเหล่านั้นและทำให้พนักงานทำงานร่วมกันได้ ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน
 
 
ในการบริหารจัดการบุคลากร เหล่านี้ และแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของประชากรหรือพนักงานเหล่านี้ก็สูงขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงที่คนในวัยเหล่านี้เริ่มที่จะเข้าทำงาน
 
 
คราวนี้เราจะมาดูกันในเรื่องความต้องการของ Generation Y จากการทำงาน ว่ามีวิธีการหรือความแตกต่างกับ Generation อื่นๆ อย่างไรในเชิงบริหารจัดการทุกท่านคงได้ทราบกันไปแล้วว่าโดยมาก Generation Y ต่างจาก Gene-ration X ในแง่มุมหลายๆ ด้าน
 
 
สรุปประเด็นหลักๆ ที่สำคัญดังนี้ เป็นตัวของตัวเองสูง มีรูปแบบการใช้ชีวิตและแนวคิดในการดำเนินชีวิตของตัวเอง มีการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา
 
 
บางครั้งจะถูกมองว่าเป็นคนที่มีความ อดทนต่ำ ทำให้หลายๆ คนมองว่าคนใน Generation Y นั้นมีปัญหาเกี่ยวกับ EQ (Emotional Quotient) หรือการควบคุมอารมณ์ มีความอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง จะเกิดคำถามว่า ?ทำไม? อยู่บ่อยครั้ง
 
 
ทำให้เกิดการท้าทายในการทดลองด้วยตัวเอง มีความทะเยอทะยานสูง Generation Y นั้นเป็นคนที่ชอบโตหรือก้าวหน้าในชีวิตแบบก้าวกระโดด แต่อย่างไรก็ตามคนในยุค Generation Y นั้นมีความคุ้นเคยในเรื่องของเทคโนโลยี
 
 
ผู้ที่จะบริหารพนักงานใน Generation Y นั้นจะต้องเข้าใจก่อนว่าพวกเขาต้องการอะไร จากที่เราได้ทราบกันแล้วว่าพนักงานใน Generation Y ต้องการความก้าวหน้าอย่างสูง
 
 
ดังนั้นความจงรักภักดีต่อองค์กรจะค่อนข้างน้อย เนื่องจากถ้ามีองค์กรใดที่พวกเขาเห็นว่ามีโอกาสก้าวหน้ามากกว่าพวกเขาจะพร้อมที่จะไปทันที
 
 
ดังนั้นองค์กรที่มีพนักงาน Generation Y อยู่มากจะเห็นอัตราการหมุนเวียนของพนักงานสูง (Turnover Rate) ถ้าให้ท่านพิจารณาองค์กรท่านเอง ท่านคิดว่าองค์กรท่านมีลักษณะเช่นนี้หรือไม่
 
 
ปัจจัยหลักๆ ที่พนักงาน Generation Y ต้องการจากการทำงานประกอบไปด้วย
 
 
1. รักในงานที่ทำ การที่พนักงาน Generation Y รักในงานที่ทำนั้นไม่ได้หมายถึงการรักองค์กร ดังนั้นถ้าองค์กรต้องการให้พนักงานเหล่านี้ทำงานให้องค์กร ต้องให้ความสำคัญกับตัวเนื้องาน เพราะพนักงานเหล่านี้จะมีความต้องการในการทำงานที่ต้องมีลักษณะในการตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของพวกเขา
 
 
2.เงินเดือนที่สมเหตุสมผล เงินเดือนหรือค่าตอบแทนเป็นเรื่องที่สำคัญกับพนักงาน Generation Y มาก พวกเขาจะต่อรองเงินเดือนตั้งแต่เริ่มแรก
 
 
โดยมากแล้วพนักงาน Gene-ration Y จะเปรียบเทียบเงินเดือน แต่ไม่ได้เปรียบเทียบเงินเดือนกับความพอใจของตนเองหรือกับงานที่ทำ แต่พวกเขาจะเปรียบเทียบเงินเดือนกับเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่ม
 
 
3.การทำงานที่มีความอิสระ จากที่ทราบกันแล้วว่าคนใน Generation Y นั้นไม่ชอบกฎระเบีบบหรืออยู่ในกฎเกณฑ์
 
 
ดังนั้นพนักงาน Generation Y มักจะเลือกทำงานกับองค์กรที่มีเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น (Flex-time) หากองค์กรใดสนองความต้องการหรือมีนโยบาย Flex time ก็จะเป็นที่ดึงดูดพนักงานเหล่านี้ได้ดี
 
 
4.ทีมงานเป็นส่วนสำคัญ Generation Y ต้องการสังคมเป็นอย่างมาก ดังนั้นงานใดที่เป็นงานที่ได้ทำงานเป็นกลุ่มหรือเป็นทีม พนักงานเหล่านี้จะมีความสุขมาก
 
 
แต่ถ้าพวกเขาถูกปล่อยให้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว พวกเขาจะรู้สึกหดหู่และเกิดความรู้สึกในแง่ลบต่อคุณค่าของงาน
 
 
5.วัยวุฒิในการทำงาน พนักงานใน Generation Y นั้นอาจจะต้องได้รับแรงกดดันจากคนอื่นๆ ในองค์กร โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้า
 
 
พนักงานใน Generation Y จะถูกมองว่าเป็นพนักงานที่มีแต่ความรู้แต่ทำงานไม่เป็น ประสบการณ์ทำงานต่ำ ทำงานไม่เป็น เพราะชีวิตมีแต่การเรียนตลอด
 
 
ดังนั้นพนักงาน Generation Y ต้องการการยอมรับจากหัวหน้าให้ยอมรับในความสามารถในการทำงานของพวกเขา และพวกเขาต้องการให้ผู้อื่นมองว่าเขาโตพอที่จะรับผิดชอบงานใหญ่ๆ ได้
 
 
6.มองหาโอกาสจากข้อข้างต้นจะพบว่าพนักงาน Generation Y ต้องการให้ผู้อื่นยอมรับ พนักงาน Generation Y นั้นต้องการโอกาสพิสูจน์การทำงานของตัวเอง
 
 
ดังนั้นพนักงาน Generation Y มักจะมองหาการทำงานที่องค์กรเปิดโอกาสให้พวกเขาทำงานได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างผลงานและให้ประสบความสำเร็จในอาชีพ
 
 
7.ความก้าวหน้าสุดท้าย สิ่งที่พนักงาน Generation Y ต้องการจากการทำงานหลังจากที่มีโอกาสได้แสดงฝีมือแล้วก็คือความก้าวหน้าในอาชีพ
 
 
ดังนั้นพนักงาน Generation Y ยินดีที่จะทำงานหนักเพื่อที่จะให้ตนเองประสบความสำเร็จในการทำงานแบบก้าวกระโดด
 
 
จากที่ทุกท่านได้ทราบกันแล้วพนักงาน Generation Y ต้องการอะไรจากการทำงานแล้วนั้น ซึ่งเหตุผลที่องค์กรต้องเข้าใจพนักงาน Generation Y นั้นก็เพื่อที่องค์กรจะได้วางแผนไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาบุคลากร การรักษาบุคลากร
 
 
หลังจากที่องค์กรทราบดีถึงลักษณะ Generation Y แล้ว ทีนี้องค์กรก็สามารถที่จะรับมือกับพนักงาน Generation Y ได้อย่างไม่ยาก ซึ่งตอนหน้าเรา จะมาต่อกันว่าจะมีวิธีใดที่จะดึงดูดและจัดการกับพนักงานเหล่านี้อย่างไร
 
 
อยากจะฝากไว้ว่าองค์กรย่อมมีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อม การแข่งขัน ซึ่งบุคลากรขององค์กรนั่นเองที่จะเป็นตัวแปรหลักในการทำให้องค์กรปรับตัว และสามารถแข่งขันในธุรกิจได้ และบุคลากรในแต่ละยุคก็มีลักษณะที่ต่างๆ กันไป องค์กรต้องหาทางรับมือกับบุคลากรเหล่านั้นเพื่อให้เป็นพลังขับเคลื่อนขององค์กรต่อไป
 
 

อ้างอิงบทความ : ที่มา : สยามธุรกิจ

 
 
ภาพประกอบเป็นกิจกรรม Team building ของ MBA Eng คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
 
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่ผลิตบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา คณะฯ มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความเป็นสากลเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก
 
 
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนานิสิต พัฒนาคณาจารย์และส่งเสริมให้คณาจารย์สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ ตลอดจนสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาเพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเจริญก้าวหน้าต่อไป
 

Team building Chulalongkorn Business School: Faculty of Commerce and Accountancy, Chulalongkorn University MBA English program

Next >

Contact us: 31/294 Chokchai 4, Lardprao Road, Lardprao Bangkok Thailand 10230
Tel. 084-112-3030 / Fax. 085-484-3690

teambuildingthai@gmail.com