Home
  Team building THAi, Thailand's ultimate Team building Creative Activities Event and MICE Organizer experience. teambuildingthai@gmail.com


Advertisement
Team building Genesys Team Enterprise Collaboration ทีมที่มีประสิทธิภาพ การสร้างความร่วมมือในองค์กร Print อีเมล์

Team building in Thailand Genesys Conferencing Team Enterprise Collaboration ทีมที่มีประสิทธิภาพ การสร้างความร่วมมือในองค์กร
Team building Cross Cultural Management ทีมบิวดิ้ง การจัดการข้ามวัฒนธรรม

Cross Cultural Management หรือ “การจัดการข้ามวัฒนธรรมนั้นมีความหมายในทางธุรกิจระหว่างประเทศว่า เป็นการศึกษาถึงวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่องค์กำลังจะเข้าไปลงทุนทำธุรกิจด้วย เพื่อให้เข้าใจและจัดการกับวิธีการทำธุรกิจให้เหมาะสมกับประเทศนั้นๆได้
 
 
“วัฒนธรรม”เป็นสิ่งที่หล่อหลอมสังคมมนุษย์ในการดำรงชีวิต  อาจเรียกวัฒนธรรมได้ว่าเป็นคุณค่าร่วมกันในสังคมๆหนึ่ง  รวมถึงเป็นความเชื่อและความเข้าใจกันในเรื่องต่างๆ  โดยในปัจจุบันยังรวมถึงสิ่งที่มนุษย์ช่วยกันสร้างขึ้นด้วย
 
 
คำว่า Cross Cultural นี้ใช้ในช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่ 1930s โดยช่วงแรกเป็นการศึกษาเปรียบเทียบของวัฒนธรรมจากที่แตกต่างกันแล้วพัฒนา เป็นการศึกษาในเชิงลึกของวัฒนธรรมต่างๆ 
 

รงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพฯ (Plaza Athénée Bangkok, A Royal Méridien Hotel)

 
ต่อมาได้มีการศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เนื่องจากความเข้าใจใน วัฒนธรรมที่แตกต่างนั้น  จะทำให้บริษัทสามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคได้  ซึ่งเป็นผลดีในการออกแบบและผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายได้ตรงตามลักษณะของ วัฒนธรรมนั้นๆ
Team building in Thailand Genesys Conferencing Team Enterprise Collaboration ทีมที่มีประสิทธิภาพ การสร้างความร่วมมือในองค์กร Team building Cross Cultural Management ทีมบิวดิ้ง การจัดการข้ามวัฒนธรรม
 
หากย้อนกลับไปในสมัยโบราณในช่วงยุคล่าอาณานิคมนั้น  ประเทศมหาอำนาจเข้าไปทำการค้าขายกับประเทศอื่นๆพบกับปัญหาด้านความแตกต่าง ของวัฒนธรรมอย่างมาก  แต่ก็มีส่วนในการขยายวัฒนธรรมของตนไปยังประเทศอื่นๆเหล่านั้นด้วย
 
 
ในปัจจุบันถ้าเราต้องการที่จะเข้าไปทำธุรกิจในประเทศใดประเทศหนึ่ง  ไม่เพียงแค่มีสินค้าเท่านั้นหากแต่ต้องศึกษาถึงวัฒนธรรม, โครงสร้างทางสังคม, ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ, ความสามารถในการรับรู้เทคนิคสมัยใหม่,  ระดับการศึกษาของประชากร รวมถึงประเพณีและความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศนั้นๆให้ดี
 
 
ช่วงแรกที่จีนเปิดประเทศใหม่  หลายบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ได้ทำการค้าขายไปทั่วโลกจึงคิดว่าตนเองแน่  เพราะว่ามีระบบการจัดการที่เข้มแข็ง  มีความรู้ด้านการบริหารจัดการที่เหนือกว่าประเทศอื่นๆ  อีกทั้งระบบการเงินของประเทศที่ออกแบบมาแล้วอย่างดีเป็นตัวช่วยเหลือ  ต่างทยอยกันเข้าไปทำธุรกิจในจีนเป็นอย่างมากแต่เกือบทั้งหมดต่างต้องล้ม เหลวกลับมา 
 
 
เพราะขาดการศึกษาวัฒนธรรมของจีนให้ดีเสียก่อน  ต่อมาภายหลังจึงมีการศึกษารูปแบบการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวจีนและ เข้าไปประกอบธุรกิจใหม่จนประสบความสำเร็จ
 
Team building Teamwork
วัฒนธรรมองค์การ (Organization Culture)
 
 
อาจเรียกได้ว่าเป็นค่านิยมร่วมกันและรูปแบบของการทำงานร่วมกันในองค์การ  เมื่อไปลงทุนในประเทศหนึ่งบริษัทจำเป็นที่จะต้องถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์การจาก ประเทศแม่ไปยังประเทศที่จะไปลงทุนด้วย
 
Team building Teamwork
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ  บริษัทของญี่ปุ่นจะมีวัฒนธรรมองค์การที่ให้ความสำคัญกับการทำงานและยึดถือ ระเบียบวินัยในการทำงานเป็นอย่างมาก  เมื่อเข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย  คนไทยที่เข้าไปทำงานในบริษัทของญี่ปุ่นก็จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและ วัฒนธรรมในการทำงานตามแบบญี่ปุ่นไปโดยปริยาย
 
 
โดยทั่วไปแล้ววัฒนธรรมองค์กรมักจะมาจากพื้นฐานของสังคมในประเทศของบริษัท แม่  เมื่อไปทำงานในต่างแดนก็จะยังคงมีรูปแบบการทำงานและค่านิยมที่เหมือนเดิม  ผู้ที่เป็นพนักงานสัญชาติพื้นเมืองก็จะได้รับการถ่ายทอดไปด้วย 
 
 
ซึ่งความแตกต่างของพื้นฐานสังคมแล้วบางสิ่งก็จะยอมรับได้  แต่บางสิ่งก็อาจจะดูเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในบางประเทศ 
 
 
ยกตัวอย่างเช่น  คนอเมริกันเป็นคนที่ตรงต่อเวลาในการทำงาน  ซึ่งพื้นฐานของคนไทยอาจจะมีการล่าช้าหรือมาสายในการทำงานบ้าง  เมื่อทำงานกับคนอเมริกันก็จะทำให้คนไทยต้องปรับตัวเป็นคนตรงต่อเวลามากขึ้น 
 
 
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีและยอมรับได้สำหรับคนไทย  แต่วัฒนธรรมการยึดถือความเป็นส่วนตัวหรือเท่าเทียมกันของชาวอเมริกัน  ก็อาจจะดูเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวหรือไม่มีน้ำใจในสังคมไทยก็ได้ 
 
 
และคนอเมริกันจะรับไม่ได้กับการให้อภัยในความผิดเล็กๆน้อยของเพื่อน  การช่วยปกปิดความผิดหรือการลำเอียง  เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไร้จริยธรรม
 
 
นอกจากวัฒนธรรมองค์การแล้ว  ภายในนั้นยังจะมีอีก 2 วัฒนธรรมคือ วัฒนธรรมย่อย(Subculture) และวัฒนธรรมปรปักษ์ (Counterculture)
 
 
โดยวัฒนธรรมย่อยนั้นจะเป็นแนวคิด, ค่านิยมหรือการกระทำของคนในกลุ่มเล็กๆที่อยู่ในองค์การ 
 
 
โดยวัฒนธรรมย่อยนั้นจะแตกต่างไปจากวัฒนธรรมองค์การ  เช่นในบริษัทGoogle ที่มีคนเป็นจำนวนมากทำงานอยู่ร่วมกัน  กลุ่มที่ทำหน้าที่เป็นโปรแกรมเมอร์ก็อาจจะได้สิทธิ์พิเศษเช่นไม่ต้องแต่ เครื่องแบบมาทำงาน
 
 
หรืออาจจะให้ทำงานจากที่บ้านแล้วส่งงานทางอินเตอร์เน็ตหรือไปรษณีย์ก็ได้  ซึ่งจะแตกต่างจากผู้ที่ทำงานด้านสำนักงานที่จะต้องไปทำงานตามเวลาและแต่งตัว ตามที่บริษัทกำหนด 
 
 
ส่วนวัฒนธรรมปริปักษ์นั้นจะพบได้บ่อยหลังมีการเข้าครอบครองกิจการหรือรวม บริษัทกัน(Mergers and Acquisitions) ซึ่งในจะมีความแตกต่างของ 2 วัฒนธรรมมารวมกัน  เพราะมีความพยายามที่จะคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมองค์การของตนเอง
 
 
ในแต่ละองค์กร ไม่สามารถหลีกพ้นความหลากหลายได้ เพราะสมาชิกของแต่ละองค์กรประกอบด้วยผู้คนที่มาจากต่างที่ต่างถิ่น มีความเชื่อความคิดและวิถีชีวิตแตกต่างกัน มีความชำนาญแตกต่างกัน มีรสนิยมแตกต่างกัน มีนิสัยใจคอแตกต่างกัน มีประสบการณ์แตกต่างกัน เป็นต้น
 
 
ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ คำถามจึงมีว่า องค์กรแห่งนั้นจะมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไรจึงจะทำให้การดำเนินงานของ องค์กรไปสู่เป้าหมายปลายทางได้สำเร็จ
 
 
ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่ตั้งขึ้นใหม่ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญมากขึ้นไปอีก
 
 
การบริหารจัดการข้ามวัฒนธรรม คงหมายถึงการที่องค์กรนั้นมีสมาชิกต่างวัฒนธรรมทำงานด้วยกันประการหนึ่ง
 
 
หรือ อาจหมายถึง การที่องค์กรจากวัฒนธรรมหนึ่งแล้วมาดำเนินงานในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง
 
 
เช่น บริษัทญี่ป่นหรือบริษัทอเมริกัน เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย
 
 
หรือ บริษัทไทย ไปดำเนินการในประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น
 
 
ทั้งสองกรณีนี้ การบริหารจัดการข้ามวัฒนธรรมย่อมเกิดขึ้นแน่ๆ
 
 
ด้วยเหตุดังนั้น การบริหารจัดการข้ามวัฒนธรรม ผู้บริหารหรือผู้จัดการต้องดำเนินการในสิ่งต่อไปนี้
 
 
(1) ศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องระบบคิด ความเชื่อ คุณค่าหรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าวัฒนธรรมของสมาชิกในองค์กรนั้นให้แจ่มแจ้ง
 
 
และควรศึกษาทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมของพื้นถิ่นนั้นให้แจ่มชัด เพื่อให้มีสิ่งที่เรียกว่า Cultural sensitivity
 
 
(2) จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องความหลาก หลายทางวัฒนธรรมของสมาชิกในองค์กรนั้นอย่างดีและให้เข้าใจว่าความแตกต่างทาง วัฒนธรรมเป็นสิ่งปรกติ
 
 
(3) พยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อยู่เหนือความแตก ต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมของสมาชิกภายในองค์กร เพื่อให้สมาชิกได้ยึดเป็นแนวในการทำงานเพื่อความสำเร็จขององค์กร
 
 
ที่กล่าวมาสามประการนั้นอาจเรียกรวมๆ ว่าเป็นการจัดการความรู้ด้านวัฒนธรรมก็ได้ซึ่งผู้จัดการองค์กรต้องดำเนินการ และความรู้ที่นำมาจัดการนั้นควรให้ความสำคัญกับความรู้ประเภทที่เรียกว่า Tacit knowledge ให้มาก มิใช่สนใจแต่ Explicit knowledge ด้านเดียว
 
 
ภาพประกอบเป็นกิจกรรมของ Genesys Conferencing ณ รงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพฯ (Plaza Athénée Bangkok, A Royal Méridien Hotel)
 
 
Genesys Conferencing is a leading provider of integrated Web, audio and video conferencing services to thousands of organizations worldwide, including more than 200 of the Fortune Global 500. The company’s services are designed to meet the full range of communication needs within the large enterprise, from collaborative team meetings to high-profile online events.

The company’s flagship product, Genesys Meeting Center, provides a single-platform multimedia conferencing solution that is easy to use and available on demand. With offices in more than 20 countries across North America, Europe and Asia Pacific, the company offers an unmatched global presence and strong local support.
 

อ้างอิงบทความ

Hofstede’s Cross Cultural Dimension หรืออาจจะเรียกว่าเป็นมิติข้ามวัฒนธรรมของ Hofstede ก็ได้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของจัดการข้ามวัฒนธรรม (Cross Cultural Management) เป็นอย่างมาก  มิติข้ามวัฒนธรรมนี้เป็นงานวิจัยขนาดใหญ่ที่นำโดย Geert Hofstede  โดยเริ่มแรกเขาต้องการศึกษาในด้านความแตกต่างของวัฒนธรรมทั่วโลก  จึงได้ทำการสำรวจบริษัทข้ามชาติๆใน 64 ประเทศทั่วโลก
 
Team building in Thailand Genesys Conferencing Team Enterprise Collaboration ทีมที่มีประสิทธิภาพ การสร้างความร่วมมือในองค์กร Team building Cross Cultural Management ทีมบิวดิ้ง การจัดการข้ามวัฒนธรรม
< Prev   Next >

Contact us: 31/294 Chokchai 4, Lardprao Road, Lardprao Bangkok Thailand 10230
Tel. 084-112-3030 / Fax. 085-484-3690

teambuildingthai@gmail.com